เร่งเครื่อง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน จ่อคลอดปีนี้ ดันคาร์บอนเครดิต–PES รับกติกาใหม่

06 พฤษภาคม 2569
เร่งเครื่อง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน จ่อคลอดปีนี้ ดันคาร์บอนเครดิต–PES รับกติกาใหม่
  • กระทรวงทรัพยากรฯ เร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้ภายในปีนี้
  • กฎหมายฉบับนี้จะใช้กลไก "คาร์บอนเครดิต" เป็นเครื่องมือหลักเพื่อจูงใจให้ทุกภาคส่วนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • นำหลักการ "ผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้จ่าย" หรือ PES (Payment for Ecosystem Services) มาใช้ เพื่อสร้างรายได้ และแรงจูงใจให้ชุมชนดูแลรักษาป่า
  • มีเป้าหมายเพื่อเป็นกรอบกฎหมายในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “พ.ร.บ. ลดโลกร้อน” ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว โดยยืนยันความพร้อมของร่างกฎหมายที่มีความคืบหน้าสูงสุดในบรรดากฎหมายสิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าประกาศใช้ภายในปีนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกและยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

"สุชาติ ชมกลิ่น" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ให้เร่งรัดการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค และยกระดับศักยภาพของประชาชนในการรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ชูกลไก "คาร์บอนเครดิต" และการชดเชยระบบนิเวศ

ขณะที่ "ดร.รวีวรรณ ภูริเดช" ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ว่า ร่าง พ.ร.บ. ลดโลกร้อน ได้ผ่านการตรวจพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาครบถ้วนในรายมาตราแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ การเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งเวียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงความคิดเห็น ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาเพื่อรับรอง และส่งต่อไปยังรัฐสภาตามกระบวนการนิติบัญญัติ

"จุดเด่นสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ การกำหนดมาตรการคาร์บอนเครดิต ให้เป็นกลไกหลักในการจูงใจทุกภาคส่วนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยภาครัฐจะมีบทบาทสนับสนุนการดำเนินโครงการในพื้นที่ เช่น การปลูกป่าชายเลนเพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอน"

นอกจากนี้ ยังบรรจุหลักการ “ผู้ได้รับประโยชน์เป็นผู้จ่าย” (Beneficiary Pays Principle: BPP) หรือการจ่ายเงินเพื่อบริการระบบนิเวศ (Payment for Ecosystem Services: PES) เพื่อเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในเมืองที่ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ กับชุมชนต้นน้ำที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาป่าไม้ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ และแรงจูงใจให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ป่าในระยะยาว

กลไกสำคัญ 4 ด้าน

ในเชิงกระบวนการ "ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช" อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เริ่มพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยมี สรรเสริญ ไกรจิตติ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 เป็นประธาน ผ่านการประชุมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาภาพรวม วัตถุประสงค์ หลักการ และสาระสำคัญของร่างกฎหมาย

ร่าง พ.ร.บ. โลกร้อน ประกอบด้วย 205 มาตรา แบ่งเป็น 14 หมวด โดยวางกลไกสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

  • กลไกด้านนโยบาย เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ
  • กลไกการบริหารจัดการความเสี่ยง และการปรับตัวต่อผลกระทบด้านภูมิอากาศในระดับพื้นที่ และรายสาขา
  • กลไกลดก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า
  • กลไกการเงิน ผ่านกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการลงทุน และการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานใหม่ ขณะที่ชุมชน และเกษตรกรจะมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกลไก PES หากมีบทบาทในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่วนหน่วยงานภาครัฐจะมีกรอบกฎหมายรองรับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดในทุกมิติอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับการรับมือวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.